Chapter I  ›  Functions and Their Graphs
S sidebar ← → navigate F fullscreen
Thomas Calculus · Chapter I

Functions and Their Graphs

เรียนรู้แนวคิดพื้นฐานของ Calculus ผ่านภาพและการโต้ตอบ

นิยามของฟังก์ชัน

Domain, Range, กฎการจับคู่

กราฟของฟังก์ชัน

Vertical Line Test, Symmetry

Combining & Transformations

f+g · f∘g · Shift · Scale

Trigonometric Functions

Unit Circle · sin · cos · tan

ประเภทของฟังก์ชัน

Linear, Poly, Trig, Exp, Log

Function Plotter

พิมพ์สมการ ดูกราฟทันที

แบบฝึกหัด

ทดสอบความเข้าใจ 8 ข้อ

Function คืออะไร?

ก่อนจะเข้าสู่ Calculus (Limit, Derivative, Integral) เราต้องเข้าใจ Function ให้ดีก่อน เพราะ Calculus คือการศึกษา การเปลี่ยนแปลง ของฟังก์ชัน

แนวคิดใน Chapter I
  • Function คืออะไร และนิยาม
  • Domain และ Range
  • กราฟและการอ่านกราฟ
  • Piecewise Functions
ทำไมต้องรู้?
  • Derivative = อัตราการเปลี่ยนแปลงของ f(x)
  • Integral = พื้นที่ใต้กราฟ f(x)
  • Limit = พฤติกรรมของ f(x) เมื่อ x→a
  • ทุกอย่างใน Calculus เริ่มจากฟังก์ชัน

แผนภาพ Function Machine

1.1 นิยามของฟังก์ชัน

Definition — Thomas Calculus §1.1

ฟังก์ชัน (Function) จาก set D ไปยัง set Y คือ กฎที่นำ ทุก element x ใน D ไปสู่ element หนึ่งตัวเดียว f(x) ใน Y


f : D → Y    x ↦ f(x)

Domain และ Range

Domain (โดเมน)

เซตของ input ทั้งหมดที่ฟังก์ชันรับได้

D(f) = { x ∈ ℝ | f(x) defined }
Range (เรนจ์)

เซตของ output ทั้งหมดที่เกิดขึ้นจริง

R(f) = { f(x) | x ∈ D }

"1 input ต้องได้ output เดียวเท่านั้น"

การหา Domain

ฟังก์ชันข้อจำกัดDomain
f(x) = x²ไม่มีข้อจำกัด(-∞, +∞)
f(x) = 1/xx ≠ 0(-∞,0)∪(0,+∞)
f(x) = √xx ≥ 0[0, +∞)
f(x) = ln(x)x > 0(0, +∞)
f(x) = √(4−x²)|x| ≤ 2[-2, 2]

Domain & Range เชิงภาพ

คลิกเพื่อดู Domain & Range

Piecewise Functions (ฟังก์ชันแบบแบ่งส่วน)

Example — Absolute Value
|x| = { x   ถ้า x ≥ 0
        −x   ถ้า x < 0 }

1.2 กราฟของฟังก์ชัน

Definition — Graph of a Function

กราฟของ f คือเซตของคู่อันดับ (x, f(x)) สำหรับทุก x ใน Domain

Vertical Line Test

กราฟเป็นกราฟของฟังก์ชัน ก็ต่อเมื่อ เส้นตั้งทุกเส้นตัดกราฟ ไม่เกิน 1 จุด

เลื่อน Slider เพื่อทดสอบ Vertical Line Test

x =

Symmetry (ความสมมาตร)

Even — สมมาตรแกน y

f(−x) = f(x)

x², cos(x), |x|
Odd — สมมาตรจุดกำเนิด

f(−x) = −f(x)

x³, sin(x), x

ความสมมาตรของฟังก์ชัน

Increasing / Decreasing

ฟังก์ชันเดียวกันอาจ เพิ่ม ในบางช่วงและ ลด ในช่วงอื่น — เราพูดถึง increasing/decreasing เสมอโดยอ้างอิง ช่วง ที่กำหนด ไม่ใช่ทั้งกราฟ

Increasing on [a,b]

x₁ < x₂ ⟹ f(x₁) < f(x₂)

เมื่อ x เพิ่มขึ้น ค่า f(x) เพิ่มขึ้นตาม — กราฟ ไต่ขึ้นจากซ้ายไปขวา

Decreasing on [a,b]

x₁ < x₂ ⟹ f(x₁) > f(x₂)

เมื่อ x เพิ่มขึ้น ค่า f(x) กลับลดลง — กราฟลาดลงจากซ้ายไปขวา

ตัวอย่าง: f(x) = x³ − 3x — ช่วง Monotonic

↑ Increasing บน (-∞, −1) และ (1, +∞)

↓ Decreasing บน (−1, 1)

จุดเปลี่ยนที่ x = −1 → Local Max = 2

จุดเปลี่ยนที่ x = 1 → Local Min = −2

หมายเหตุ: จุดเปลี่ยนระหว่าง increasing/decreasing คือ "Local Extremum" — จะศึกษาละเอียดใน Chapter IV (Applications of Derivatives)

1.2 การรวมฟังก์ชันและการแปลงกราฟ

เมื่อมีฟังก์ชัน f และ g เราสามารถสร้างฟังก์ชันใหม่ได้หลายวิธี ทั้งทางพีชคณิตและการประกอบ

การดำเนินการทางพีชคณิต (Arithmetic Combinations)

สูตรพื้นฐาน — Thomas §1.2
(f + g)(x) = f(x) + g(x)
(f − g)(x) = f(x) − g(x)
(f · g)(x) = f(x) · g(x)
(f / g)(x) = f(x)/g(x),   g(x) ≠ 0
Domain ของ Combination

D(f+g) = D(f-g) = D(f·g) = D(f) ∩ D(g)

D(f/g) = D(f) ∩ D(g) ∖ {x : g(x)=0}

ต้องอยู่ใน Domain ของทั้งสองฟังก์ชัน และ f/g ต้อง g ≠ 0

เลือก f(x) และ operation — g(x) = x + 1 (เส้นประสีเขียว)

  

การประกอบฟังก์ชัน (Composition)

Definition — Composite Function

(f ∘ g)(x) = f(g(x))

อ่านว่า "f composed with g" — นำ output ของ g เป็น input ของ f

ตัวอย่าง: f(x) = x², g(x) = x + 1

(f ∘ g)(x) = f(g(x)) = f(x+1) = (x+1)² = x²+2x+1

(g ∘ f)(x) = g(f(x)) = g(x²) = x² + 1

⚠ f∘g ≠ g∘f โดยทั่วไป — Composition ไม่ Commutative

Domain ของ Composite — ข้อควรระวัง

D(f ∘ g) = { x ∈ D(g) : g(x) ∈ D(f) }

x ต้องอยู่ใน Domain ของ g ก่อน (เพื่อคำนวณ g(x) ได้) แล้ว ค่า g(x) ที่ได้ต้องอยู่ใน Domain ของ f ด้วย — Domain ของฟังก์ชันประกอบจึงมัก แคบลง กว่า Domain ของ g

ตัวอย่าง: f(x) = √x,   g(x) = x − 3

(f ∘ g)(x) = f(x−3) = √(x−3)

ต้องการ x − 3 ≥ 0 ⟹ D(f∘g) = [3, ∞) — แม้ว่า D(g) = ℝ ทั้งเส้น แต่ Domain ของ composite แคบลงเหลือเพียง x ≥ 3

การเลื่อนกราฟ (Shifting)

Vertical Shift

y = f(x) + k

k > 0 → เลื่อนขึ้น k หน่วย
k < 0 → เลื่อนลง |k| หน่วย

Horizontal Shift

y = f(x − h)

h > 0 → เลื่อนขวา h หน่วย
h < 0 → เลื่อนซ้าย |h| หน่วย

เลื่อน Slider เพื่อดูการเลื่อนกราฟ    (เส้นประ = ฟังก์ชันเดิม f(x))

h (แนวนอน) = 0.0 k (แนวตั้ง) = 0.0

การยืด/บีบและสะท้อนกราฟ (Scaling & Reflection)

Vertical Scale

y = c · f(x)

c > 1 → ยืดแนวตั้ง (stretch)
0 < c < 1 → บีบแนวตั้ง (compress)
c < 0 → สะท้อนผ่านแกน x

Horizontal Scale

y = f(c · x)

c > 1 → บีบแนวนอน (compress)
0 < c < 1 → ยืดแนวนอน (stretch)
c < 0 → สะท้อนผ่านแกน y

ทำไมการแปลง "แนวนอน" ถึงสวนทางกับสัญชาตญาณ?

การแปลงแนวตั้ง (เช่น f(x)+k, c·f(x)) กระทำ กับค่า output โดยตรง จึงเป็นไปตามที่คาด — บวก k ก็เลื่อนขึ้น k หน่วย
แต่การแปลงแนวนอนกระทำ กับ input ก่อนเข้า f เราจึงต้องถามว่า "x ต้องเป็นเท่าไรเพื่อให้ในวงเล็บมีค่าเท่าเดิม" — ใน f(x−h) เมื่อ h>0 ต้องใช้ x ที่ มากขึ้น เพื่อชดเชย กราฟจึงเลื่อน ขวา; และใน f(cx) เมื่อ c>1 ใช้ x น้อยลง ก็ถึงค่าเดิม กราฟจึง บีบเข้า ทุกอย่างจึงดู "กลับด้าน" กับการแปลงแนวตั้ง

y = a · f(b(x − h)) + k     (เส้นประ = ฟังก์ชันเดิม)

h = 0.0 k = 0.0 a = 1.0 b = 1.0

ลำดับการแปลง (Order Matters)

เมื่อมีหลายการแปลงพร้อมกันใน y = a·f(b(x − h)) + k ลำดับการทำมีผลต่อผลลัพธ์ — ทำ แนวนอน (h, b) ก่อน แล้วค่อย แนวตั้ง (a, k) และภายในแต่ละแนวทำ scale ก่อน shift

ตัวอย่าง: เริ่มจาก f(x) = x²  →  y = −2·f(x − 1) + 3 = −2(x−1)² + 3
  1. เลื่อนแนวนอน (x−1): พาราโบลาเลื่อนขวา 1 → จุดยอดที่ x = 1
  2. ยืดแนวตั้ง ×2: กราฟชันขึ้นสองเท่า
  3. สะท้อนแกน x (เครื่องหมายลบ): พาราโบลาคว่ำลง
  4. เลื่อนแนวตั้ง +3: จุดยอดขยับไปอยู่ที่ (1, 3)

ลองสลับลำดับดู เช่น เลื่อนแนวตั้ง +3 ก่อนแล้วค่อยสะท้อน จะได้กราฟคนละรูป — ลำดับจึงสำคัญ

สรุป: การแปลงกราฟ

การแปลงสูตรผล
Shift ขึ้น k หน่วยf(x) + kเลื่อนขึ้น
Shift ขวา h หน่วยf(x − h)เลื่อนขวา
Vertical stretchc·f(x), c>1ยืดแนวตั้ง
Vertical compressc·f(x), 0<c<1บีบแนวตั้ง
Reflect แกน x−f(x)สะท้อน
Horizontal compressf(cx), c>1บีบแนวนอน

1.3 ฟังก์ชันตรีโกณมิติ (Trigonometric Functions)

Unit Circle — วงกลมหนึ่งหน่วย

วงกลมรัศมี 1 ที่จุดกำเนิด x² + y² = 1   สำหรับมุม θ จุดบนวงกลมคือ (cos θ, sin θ)

Unit Circle — เลื่อน Slider เพื่อเปลี่ยนมุม θ

θ = 45°

ฟังก์ชันตรีโกณมิติทั้ง 6

ฟังก์ชันนิยามDomainRangePeriod
sin(x)y-coord บน unit circle[−1, 1]
cos(x)x-coord บน unit circle[−1, 1]
tan(x)sin(x)/cos(x)x ≠ π/2+nππ
csc(x)1/sin(x)x ≠ nπ(−∞,−1]∪[1,∞)
sec(x)1/cos(x)x ≠ π/2+nπ(−∞,−1]∪[1,∞)
cot(x)cos(x)/sin(x)x ≠ nππ

กราฟฟังก์ชันตรีโกณมิติ — เลือกฟังก์ชัน

การแปลงฟังก์ชัน Sine: y = A sin(Bx + C) + D

พารามิเตอร์

A = Amplitude   (ระยะสูงสุดจากแกน x)

B = ความถี่   Period T = 2π/|B|

C = Phase shift ซ้าย/ขวา −C/B

D = Vertical shift

ตัวอย่าง: y = 2 sin(3x − π) + 1

A = 2 → สูงสุด/ต่ำสุด ±2

B = 3 → Period = 2π/3 ≈ 2.09

C = −π → Phase shift = π/3 ขวา

D = 1 → เลื่อนขึ้น 1 หน่วย

y = A sin(Bx + C) + D    (เส้นประ = sin(x) เดิม)

A = 1.0 B = 1.0 C = 0.00 D = 0.0

สูตรตรีโกณมิติที่สำคัญ

Pythagorean Identities
sin²x + cos²x = 1
1 + tan²x = sec²x
1 + cot²x = csc²x
Double Angle
sin(2x) = 2 sin x cos x
cos(2x) = cos²x − sin²x
cos(2x) = 2cos²x − 1 = 1 − 2sin²x
Sum / Difference
sin(A±B) = sinA cosB ± cosA sinB
cos(A±B) = cosA cosB ∓ sinA sinB
Half-Angle (Power Reduction)
sin²x = (1 − cos 2x) / 2
cos²x = (1 + cos 2x) / 2

1.3 ประเภทของฟังก์ชัน

1. Linear Function

รูปแบบ

f(x) = mx + b    (m = slope, b = y-intercept)

slope m = 1.0 intercept b = 0.0

2. Polynomial Function

รูปแบบทั่วไป

p(x) = aₙxⁿ + aₙ₋₁xⁿ⁻¹ + … + a₁x + a₀

3. Rational Function

อัตราส่วนของ polynomial สองตัว — มักมี Asymptote

4. Trigonometric Functions

Amplitude A = 1.0

5. Exponential & Logarithmic

Exponential

f(x) = aˣ, a > 0, a ≠ 1   (e ≈ 2.718)

Logarithmic

f(x) = logₐ(x)   ln = log_e

สรุป

ประเภทรูปแบบDomainลักษณะ
Linearmx+bเส้นตรง
Polynomialaₙxⁿ+…smooth curve
Rationalp(x)/q(x)q≠0มี Asymptote
sin, cossin(x), cos(x)Period 2π
Exponentialเพิ่มเร็วมาก
Logarithmiclogₐ(x)(0,∞)Inverse ของ exp

Function Plotter

พิมพ์สมการ แล้วกด Enter หรือปุ่ม Plot

Zoom x ± 5

ตัวอย่าง

วิธีเขียนสมการ

ต้องการพิมพ์
x*x
sin(x)Math.sin(x)
√xMath.sqrt(x)
Math.exp(x)
ln(x)Math.log(x)
|x|Math.abs(x)

แบบฝึกหัด Chapter I